วันเสาร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2559

ภาพความทรงจำนักเรียนโรงเรียนอนุบาลรัตนบุรี

ภาพตั้งแต่ปีการศึกษา 2549 - 2559  ห้องเรียนวิทยาศาสตร์โรงเรียนอนุบาลรัตนบุรีเป็นอย่างไร












































































































หนังสืออ่านเพิ่มเติม หน่วยที่ 2 เรื่อง วัสดุและสมบัติของวัสดุ

            หนังสืออ่านเพิ่มเติม หน่วยที่ 2  เรื่อง วัสดุและสมบัติของวัสดุ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5  ผู้จัดทำได้จัดทำขึ้นเพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการคิด  การมีเหตุผล  และการให้ความสำคัญกับสิ่งรอบตัว  เพื่อให้นักเรียนได้มีความรู้  สามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
หนังสืออ่านเพิ่มเติมหน่วยที่ 2  เรื่อง วัสดุและสมบัติของวัสดุ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5  ผู้จัดทำได้จัดทำขึ้นทั้งหมด  10  เล่ม  ดังนี้

             หนังสืออ่านเพิ่มเติม ทุกเล่มจะใช้ประกอบแผนการจัดการเรียนรู้เพื่อเป็นการส่งเสริมให้นักเรียนได้รับความรู้  นำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพต่อไป


หมายเหตุ  นักเรียนสามารถดาวน์โลดมาใช้ในกิจกรรมการเรียนรู้ที่โรงเรียนอนุบาลรัตนบุรีได้

วันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2559

ระดับการพยากรณ์อากาศที่น่าสนใจ

            การพยากรณ์อากาศในเขตร้อนอย่างประเทศไทย  ซึ่งมีความผันผวนของอากาศมาก ความแม่นยำของการพยากรณ์จึงมีความคลาดเคลื่นตามลำดับดังนี้
            การพยากรณ์อากาศ ช่วงระยะเวลา ๑๒ - ๒๔ ชั่วโมง มีความถูกต้อง ดี
            การพยากรณ์อากาศ ช่วงระยะเวลา ๑ - ๓ วัน มีความถูกต้อง พอใช้
            การพยากรณ์อากาศในช่วงระยะเวลามากกว่า ๓ วัน คลาดเคลื่อนมาก 

ที่มา: สารานุกรมสำหรับเด็กและเยาวชน,สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ / เล่มที่ ๓๕ / เรื่องที่ ๖ การพยากรณ์อากาศ / วิธีการพยากรณ์อากาศ 

            ในปัจจุบันใช้การพยากรณ์อากาศเชิงตัวเลข โดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการพยากรณ์ ทำให้การพยากรณ์ในช่วงระยะเวลามากกว่า ๓ วัน มีความถูกต้องมากขึ้น

การพยากรณ์อากาศแบ่งตามช่วงเวลา มี ๓ ชนิด ดังนี้

๑. การพยากรณ์อากาศระยะสั้น
การพยากรณ์อากาศปัจจุบัน  ช่วงเวลาพยากรณ์ไม่เกิน  ๓  ชั่วโมง
การพยากรณ์อากาศระยะสั้นมาก  ช่วงเวลาพยากรณ์ไม่เกิน  ๑๒  ชั่วโมง
การพยากรณ์อากาศระยะสั้น  ช่วงเวลาพยากรณ์ไม่เกิน  ๗๒  ชั่วโมง

๒. การพยากรณ์อากาศระยะปานกลาง 

ช่วงเวลามากกว่า  ๗๒  ชั่วโมง ถึง  ๑๐ วัน

๓. การพยากรณ์อากาศระยะนาน 

ช่วงเวลามากกว่า ๑๐  วัน

คำถาม
๑.ความผันผวนของอากาศ  หมายถึงอะไร  ตอบ ความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ (Climate variability ) คือ การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศจากเดิมที่เคยเป็นหรือจากสถิติที่เคยบันทึกไว้
๒.ความแม่นยำของการพยากรณ์เกี่ยวข้องกับช่วงเวลาอย่างไร ตอบ การพยากรณ์จำเป็นต้องอาศัยข้อมูล  หรือสถิติที่เคยบันทึกไว้ ณ สถานที่นั้น ๆ  จะมีความแ่มนยำของการพยากรณ์มากขึ้นเมื่อสภาพแวดล้อมขณะนั้นอยู่ในช่วงเวลาสั้น  ๆ นั่นเอง
๓.ทำไมเราไม่ทำนายไว้เป็นปี ๆ  อย่างนักทำนายที่ชื่อว่า  นอสตรา ดา  มุส  ล่ะคับ ตอบ เพราะคำว่าผันผวนของอากาศนั่นเองที่ลดความแม่นยำของการพยากรณ์

คำถามอื่น ๆ เขียนมาได้เลย  ครูธรรมศักดิ์  จะช่วยตอบข้อสงสัย

ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ http://www.c2es.org/
หรือ https://weather.com/th-TH/weather/today/l/THXX0527:1:TH


วันจันทร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2559

ปฏิบัติการทดลอง

กิจกรรมการทดลองอะไรบ้างที่นักเรียนโรงเรียนอนุบาลรัตนบุรีเคยทำบ้าง
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
สาระที่  ๑   สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต
มฐ.๑ ตัวชี้วัด ป ๔/๑ ทดลองและอธิบายหน้าที่ของท่อลำเลียงและปากใบของพืช
     ศึกษาการลำเลี่ยงน้ำของลำต้น
     ทดสอบแป้ง
     ปากใบพืช
     การคายน้ำของพืช
     กระบวนการสังเหคราะห์ด้วยแสง
     การเจริญเติบโตของพืช
 
มฐ.๑ ตัวชี้วัด ป ๔/๓ ทดลองและอธิบาย การตอบสนองของพืชต่อแสง เสียง และการสัมผัส
     ไมยราบ
     
       
สาระที่ ๕   พลังงาน
มฐ.๕ ตัวชี้วัด ป ๔/๑ ทดลองและอธิบายการเคลื่อนที่ของแสงจากแหล่งกำเนิด

มฐ.๕ ตัวชี้วัด ป ๔/๒ ทดลองและอธิบายการสะท้อนของแสงที่ตกกระทบวัตถุ
     การสะท้อนแสง
มฐ.๕ ตัวชี้วัด ป ๔/๓ ทดลองและจำแนกวัตถุตามลักษณะการมองเห็นจากแหล่งกำเนิดแสง
      ตัวกลางของแสง

มฐ.๕ ตัวชี้วัด ป ๔/๔ ทดลองและอธิบายการหักเหของแสงเมื่อผ่านตัวกลางโปร่งใสสองชนิด
      การหักเหแสง

มฐ.๕ ตัวชี้วัด ป ๔/๕ ทดลองและอธิบายการเปลี่ยนแสงเป็นพลัง งานไฟฟ้าและนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
     โซลาร์เซลล์

มฐ.๕ ตัวชี้วัด ป ๔/๖ ทดลองและอธิบายแสงขาวประกอบด้วยแสงสีต่าง ๆ และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
    สเปกตรัมแสงจากถาดน้ำ
สาระที่ ๖   กระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก   
  มฐ.๖ ตัวชี้วัด ป ๔/๑ สำรวจและอธิบายการเกิดดิน
     ดินจากแหล่งต่าง ๆรอบ ๆ โรงเรียนอนุบาลรัตนบุรี
สาระที่ ๗   ดาราศาสตร์และอวกาศ
มฐ.๗ ตัวชี้วัด ป ๔/๑ สร้างแบบจำลองเพื่ออธิบายลักษณะของระบบสุริยะ
    แบบจำลองระบบสุริยะ


ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
สาระที่  ๑   สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต
มาตรฐาน ว  ๑. ๑  ตัวชี้วัด ป ๕/๑ สังเกตและระบุส่วนประกอบของดอกและโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับ      ส่วนประกอบของดอกไม้
   การสืบพันธุ์ของพืชดอก
 มาตรฐาน ว  ๑.๒ สำรวจ  ตัวชี้วัด ป ๕/๑ เปรียบเทียบและระบุลักษณะของตนเองกับคนในครอบครัว
     ครอบครัวของฉัน
มาตรฐาน ว  ๑.๒ สำรวจ  ตัวชี้วัด ป ๕/๓  จำแนกพืชออกเป็นพืชดอกและพืชไม่มีดอก 
     พืชดอกและไม่มีดอก
มาตรฐาน ว  ๑.๒ สำรวจ  ตัวชี้วัด ป ๕/๔  ระบุลักษณะของพืชดอกที่เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว   และพืชใบเลี้ยงคู่ โดยใช้ลักษณะภายนอกเป็นเกณฑ์  
     พืชใบเลี้ยงเดี่ยวใบเลี้ยงคู่
มาตรฐาน ว  ๑.๒ สำรวจ  ตัวชี้วัด ป ๕/๕  จำแนกสัตว์ออกเป็นกลุ่มโดยใช้ลักษณะภายในบางลักษณะและลักษณะภายนอกเป็นเกณฑ์ 
     สัตว์ที่มีและไม่มีกระดูกสันหลัง
     สัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนม    
สาระที่ ๓   สารและสมบัติของสาร
มาตรฐาน ว  ๓. ๑  ตัวชี้วัด ป ๕/๑    . ทดลองและอธิบายสมบัติของวัสดุชนิด ต่าง ๆ เกี่ยวกับความยืดหยุ่น ความแข็ง ความเหนียวการนำความร้อน   การนำไฟฟ้า และ ความหนาแน่น     
    แรงดันอากาศ
 
สาระที่ ๔   แรงและการเคลื่อนที่
มาตรฐาน ว ๔. ๑  ตัวชี้วัด ป ๔/๑ ทดลองและอธิบายการหาแรงลัพธ์ของ แรงสองแรง ซึ่งอยู่ในแนวเดียวกันที่กระทำต่อวัตถุ  
      แรงลัพธ์ของแรงสองแรงที่กระทำต่อวัตถุ
     
มาตรฐาน ว ๔. ๑  ตัวชี้วัด ป ๔/๒  ทดลองและอธิบายความดันอากาศ
    อากาศมีแรงดัน

มาตรฐาน ว ๔. ๑  ตัวชี้วัด ป ๔/๓   ทดลองและอธิบายความดันของของเหลว   
     แรงดันของน้ำ

มาตรฐาน ว ๔. ๑  ตัวชี้วัด ป ๔/๔  ทดลองและอธิบายแรงพยุงของของเหลว การลอยตัว และการจมของวัตถุ 
     การจมการลอย
สาระที่ ๕   พลังงาน
มาตรฐาน ว ๕. ๑  ตัวชี้วัด ป ๕/๑ ทดลองและอธิบายการเกิดเสียงและการเคลื่อนที่ของเสียง
    วัตถุต้นกำเนิดเสียง

มาตรฐาน ว ๕. ๑  ตัวชี้วัด ป ๕/๒ ทดลองและอธิบายการเกิดเสียงสูง  เสียงต่ำ      

มาตรฐาน ว ๕. ๑  ตัวชี้วัด ป ๕/๓ ทดลองและอธิบายเสียงดัง    เสียง   ค่อย  

มาตรฐาน ว ๕. ๑  ตัวชี้วัด ป ๕/๔  สำรวจและอภิปรายอันตรายที่เกิดขึ้น เมื่อฟังเสียงดังมาก ๆ  

สาระที่ ๖   กระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก
มาตรฐาน ว ๖. ๑  ตัวชี้วัด ป ๕/๑ สำรวจ ทดลองและอธิบายการเกิดเมฆ  หมอก น้ำค้าง ฝน และลูกเห็บ
    การเกิดลูกเห็บ
มาตรฐาน ว ๖. ๑  ตัวชี้วัด ป ๕/๒ ทดลองและอธิบายการเกิดวัฏจักรน้ำ

มาตรฐาน ว ๖. ๑  ตัวชี้วัด ป ๕/๓  ออกแบบและสร้างเครื่องมืออย่างง่ายในการวัดอุณหภูมิ  ความชื้น  และความกดอากาศ  

   อุณหภูมิของอากาศในสถานที่ต่าง ๆ
   ความชื้นของอากาศ

มาตรฐาน ว ๖. ๑  ตัวชี้วัด ป ๕/๔  ทดลองและอธิบายการเกิดลมและนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน
    การเกิดลม
สาระที่ ๗   ดาราศาสตร์และอวกาศ
มาตรฐาน ว ๗. ๑  ตัวชี้วัด ป ๕/๑ สังเกตและอธิบายการเกิดทิศ  และปรากฏการณ์การขึ้นตกของดวงดาวโดยใช้แผนที่ดาว


 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
สาระที่  ๑   สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต
     ลมหายใจของฉัน
     การวัดอัตราการหายใจ
    การสำรวจกลุ่มสิ่งมีชีวิต
    สารเนื้อเดียวสารเนื้อผสม
    การแยกสาร
    การกรอง
    การร่อน
    การระเหยแห้ง
    กรดเบส
    น้ำกับการเปลี่ยนสถานะ
    วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย
    การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม
    การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบขนาน
    การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรม
    การจ่อหลอดไฟฟ้าแบบขนาน
    ตัวนำไฟฟ้า
    แม่เหล็กไฟฟ้า
    จำนวนรอบของขดลวดกับอำนาจแม่เหล็กไฟฟ้า
     จำนวนเซลล์ไฟฟ้ากับอำนาจแม่เหล็กไฟฟ้า
     การจำแนกหิน
     ความชันส่งผลต่อการกัดเซาะของมวลน้ำไหล
     การสั่นสะเทือนของแผ่นดิน
     การเกิดข้าขึ้น-ข้างแรม
     การเกิดสุริยุปราคา
     การเกิดจันทรุปราคา
     น้ำเสีย

   















วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

ตัวอย่างโครงงานวิทยาศาสตร์

             เมื่อนักเรียนได้รับมอบหมายจากครูให้ร่วมกันจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์  สิ่งที่นักเรียนสงสัยประการแรกคือ
โครงานวิทยาศาสตร์  คืออะไร  
          " โครงานวิทยาศาสตร์  หมายถึง  การศึกษาเพื่อพบข้อความรู้ใหม่ สิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ
ทางวิทยาศาสตร์ด้วยตัวของผู้เรียนเอง   โดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ในการแก้ปัญหาโดยมี
ครูอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ให้คำปรึกษา"
            จากข้อความข้างต้น   นักเรียนสงสัยคำที่ขีดเส้นใต้ที่ว่า
                                  - การศึกษา  หมายถึง  อะไร  ตอบ   เป็นการดำเนินการด้วยวิธีต่าง ๆ ให้ได้มาซึ่งความรู้  ความเข้าใจ  ได้สิ่งที่เป็นประโยชน์ แก่ตนเองและผู้อื่น
                                                วิธีต่าง ๆ คือ  วิธีอะไร   ตอบ  วิธีการทางวิทยาศาสตร์
                                                                       วิธีการทางวิทยาศาสตร์  คือ  อะไร   ตอบ ......
วิธีการทางวิทยาศาสตร์ คือ การแสวงหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์อย่างมีกระบวนการที่เป็นแบบแผนมีขั้นตอนที่สามารถปฏิบัติตามได้ โดยขั้นตอนวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ที่เป็นเครื่องมือสำคัญของนักวิทยาศาสตร์
                                                                                    แบบแผน  เป็น แผนแบบใด แผนที่มีการดำเนินการต่อไปนี้ คือ มีการสังเกต การตั้งปัญหา การตั้งสมมติฐาน ออกแบบการทดลองการดำเนินการทดลอง และสรุปผลการทดลอง ซึ่งก็หมายถึงระเบียบวิธีทางวิทยาศาสตร์ (Scientific  Method) มีดังนี้
 วิธีการทางวิทยาศาสตร์  เป็นขั้นตอนการทำงานอย่างเป็นระบบที่นักวิทยาศาสตร์ใช้ในการแสวงหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์  ประกอบด้วยขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้

               1. ขั้นสังเกตเพื่อระบุปัญหา  คือการระบุปัญหา  หรือสิ่งที่ต้องการศึกษา  และกำหนด      ขอบเขตของปัญหา

               2. ขั้นตั้งสมมติฐาน  คือการคิดคำตอบที่คาดหวังว่าควรจะเป็น  หรือการคาดเดาคำตอบ  ที่จะได้รับ

               3. ขั้นการรวบรวมข้อมูล  คือการรวบรวมข้อมูล  การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตรวจสอบ  สมมติฐานที่ตั้งไว้ว่าถูกหรือผิด โดยมีหลักฐานยืนยัน อาจทำได้โดยการสังเกต หรือการทดลอง


               4. ขั้นสรุปผล  คือการสรุปว่าจะปฏิเสธ หรือยอมรับสมมติฐาน ตามหลักเหตุและผล     เพื่อให้ได้คำตอบของปัญหา

ปัญหา  คืออะไร 


            ในชีวิตประจำวันนักเรียนจะพบอุปสรรคต่าง ๆ มามาย  อุปสรรค  คือ สิ่งที่ขัดขวาง ปิดกัน กัน ไม่ให้เราดำเนินการไปสู่เป้ามายที่กำหนด  แล้วปัญหาที่ในทางวิทยาศาสตร์มีความเหมือนหรือแตกต่างจากปัญหาอื่นทั่วไปอย่างไร....  

          ข้อสังเกตุ  สิ่งใดที่เป็นเหตุการณ์  ที่สามารถเกิดขึ้นได้ซ้ำ ๆ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดในกรอบของความเป็นวิทยาศาสตร์   ก็ย่อมแก้ด้วยกระบวนการวิทยาศาสตร์ได้  เช่น  แม่น้ำสสายนี้มีปลาตายจำนวนมาก   ถึงแม้นว่าตอนนี้มีปลาอยู่จำนวนมาก  อนาคตมีความเป็นไปได้ว่าโอกาสที่ปลายจะตายในบ่อน้ำอี  ก็เป็นไปได้....  แล้วปัญหาของเหตุการณ์นี้  คือ  ปลาตาย   
            จากที่กล่าวมาข้างตนนักเรียนพอจะเริ่มรู้ว่าโครงงานนั้นหมายถึง  กระบวนการที่นักเรียนจำเป็นต้องร่วมกันดำเนินการแก้ปัญหาด้วยระเบียบวิธีทางวิทยาศาสตร์  โดยมีครูหรือผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำ ปรึกษา  แล้วนำเสนอผลงานงานต่อบุคคลที่สนใจต่อไป

ความรู้ใหม่ ๆ  เป็นแบบไหน  ซึ่งมีคนมากกมายทั่วโลก  ต่างก็ศึกษา  แล้วความรู้ใหม่ ๆ จะเกิดได้อย่างไร..........

           การทำโครงงานวิทยาศาสตร์  จะมีการกำหนดกรอบการศึกษา  ซึ่งกรอบการศึกษาดังกล่าว  จะใช้ได้ในการศึกษาครั้งนั้น ๆ หากใครทำโครงงานก่อนเรา  เช่น ตัวอย่างโครงงงานที่ห้องสมุด  สสวท.บันทึกไว้ 
*********************************************************************************************************************

โรงเรียนท้ายเหมืองวิทยา อำเภอท้ายเหมือง พังงา 2540 ม.ต้น ชนะการประกวดรางวัลที่ 2 ทั่วไป ภาคใต้ 

 เรื่อง การศึกษาพฤติกรรมระหว่างมดกับหนอนชอนเปลือกต้นลองกองในที่ร่มและกลางแจ้ง   
                              จากชื่อเรื่อง  ประกอบไปด้วย  ตัวแปรต้น   คือ ในร่ม  และกลางแจ้ง,
                                                                                       มด  และ หนอน
                                                                     ตัวแปรตาม  คือ  พฤติกรรมมดและหนอนซอนเปลือกต้นลองกอง
                                                                     ตัวแปรควบคุม  คือ .......................
ตอบ สวนลองกองราษฎร์สภา  จ.พังงา  ปี 2540    

ปัญหาของเรื่องคืออะไร  ....  จาการสังเกตปริมาณหนอนซอนเปลือกต้นลองกองมีจำนวนแที่แตกต่างกัน  จากข้อจริง(Fact) ในเบื้องตนของการสังเกตุพบว่า สวนลองกลองกลางแจ้งพบหนอนซอนเปลือกต้นลองกองน้อยกว่า 

                 ข้อแตกต่างของสองสวนนี้คือ  แสงแดด  นั้นสมมุติฐานที่ทำให้หนอนซอนเปลือกต้นลองกองต่างกัน  คือ แสงแดด  
                 กระบวนการพิสูจน์สมมุติฐานด้วยการสำรวจต้นลองกองในสวนก็พบว่า  สวนที่มีแสงแดดจัดก็ยังมีหนอนซอนเปลือกต้นลองกอง...
                สรุปในเบื้องตน  แสงแดดคงไม่ใช่ตนเหตุแห่งความแตกต่างของหนอนซอนเปลือกต้นลองกอง
              อะไรน่าจะเป็นสาเหตุ....
                นักเรียนเข้าปรึกษาครู  ถึง วิถีชีวิต  หรือ วงจรชีวิตหนอนดังกล่าว  เป็นอย่างไร  หนอนนี้ยังมีความเกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตอื่นหรือไม่....
                นักเรียนศึกษาเพิ่มเติมอีก....  และพบว่า  มีนก  มีกิ้งกว่า  จิ้งจก  งู  มด สัตว์ใดน่าจะมีความสัมพันธ์กับปริมาณของหนอนที่พบมากกว่า....
               นักเรียนก็ต้องออกไปสังเกตเพิ่มเติมถึงพฤติกรรมหนอนซอนเปลือกต้นลองกอง  จึงได้พบว่า  ที่เฝ้า ๆ อยู่  ก็เห็นมดมันกัดกินหนอนตัวใหญ่กว่ามดนั้นเอง  ส่วนสัตว์อื่น  ๆ สังเกตไม่ทัน
             จากการเฝ้าสังเกตุซ้ำ ๆ จึงเกิด  ความรู้ใหม่ที่ว่า มดหลาหลายชนิดมีผลต่อหนอนซอนเปลือกต้นลองกอง  
             จึงได้ข้อสรุปที่ว่า 
                   ปรากฏว่ามดที่พบได้แก่ มดเหม็น มดดำ มดง่าม มดขายาวและมดแดง หนอนชอนเปลือกที่พบมี 2 ชนิดคือ หนอนชนิดตัวใหญ่ (Cossus chloratas) และหนอนชนิดตัวเล็ก (Prasinoxena metaleuca) ผลการสำรวจปริมาณหนอนชอนเปลือกซึ่งทำให้ตาดอกไม่พัฒนามีความสัมพันธ์กับปริมาณมดง่าม บริเวณที่ร่มจะมีปริมาณมดง่ามมากปริมาณหนอนชอนเปลือกน้อย เป็นไปได้ว่ามดง่ามเป็นผู้ล่าหนอนชนิดนี้
           **********************************************************
 ถ้าเราจะทำโครงงานแบบดังกล่าว  และไม่ซ้ำ  คือ ใช้กลุ่มตัวอย่างจังหวัดอื่น เช่น จังหวัดพัทลุง หรือจังหวัดภาคใต้ที่ปลูกต้นลองกอง  ก็ถือว่าไม่ซ้ำ  ก็จะเป็นความรู้ใหม่ที่ว่านอกเหนือจากจังหวัดพังงาแล้ว  จังหวัดอื่น ๆ มีปัญหาเช่นเดียวหันหรือไม่  ตอบ.....  ไม่แน่ใจ  ต้องพิสูจน์ดู...
        นี่ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของแนวคิดในการทำโครงงานวิทยาศาสตร์  ซึ่ง สสวท.ก็ได้จัดทำทะเบียบโครงงานวิทยาศาสตร์ระดับนักเรียนไว้อย่างเป็นระบบ
    คลิกที่นี่ 
ที่มา http://elib.ipst.ac.th/elib/cgi-bin/opacexe.exe?op=gsf&frm=simsch&db=scp&skin=u&lang=1

วันศุกร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2559

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ หน่วยที่ 1 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ชั้นประถมศึกษาปีที่  6

หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การเจริญเติบโตและระบบอวัยวะภายในของมนุษย์
             
               ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  สาระที่ 1  สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต  หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การเจริญเติบโตและระบบอวัยวะภายในของมนุษย์        จัดทำขึ้นจากประสบการณ์และการศึกษาสภาพปัญหาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ  นักเรียนส่วนใหญ่            ขาดทักกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และกระบวนการคิดแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์นี้เป็นชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  สอดคล้องกับธรรมชาติและลักษณะเฉพาะของวิทยาศาสตร์รวมทั้งสอดคล้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาสาสตร์  หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช  ๒๕๕๑  มุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนได้ใช้กระบวนการวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะ สร้างองค์ความรู้  สามารถคิดวิเคราะห์  ตัดสินใจ  และคิดอย่างมีวิจารณญาณ มีเจตคติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์  สามารถสื่อสารความเข้าใจตรงกัน เกิดค่านิยมทางสังคมที่ดีต่อกัน ตลอดจนนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
1.       
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  สาระที่ 1 สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การเจริญเติบโตและระบบอวัยวะภายในของมนุษย์  ประกอบด้วยชุดกิจกรรมทั้งหมด  10  ชุดดังนี้

           
           หวังเป็นอย่างยิ่งว่าชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต  ชุดนี้จะเป็นประโยชน์ต่อคุณครูและนักเรียนที่นำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี

                                      ธรรมศักดิ์   ช่วยวัฒนะ

วันเสาร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2559

การจำแนกระหว่างเนื้อเยื่อ(tissues) กับอวัยวะ (organs)

           สิ่งมีชีวิตในโลกนี้ประกอบไปด้วยหน่วยย่อยที่เล็กที่สุด คือ เซลล์ (Cell) บางชนิดดำรงชีวิตได้ด้วยเซลล์เดียว  แต่บางชนิดจำเป็นต้องอาศัยเซลล์หลาย ๆ เซลล์ประกอบกัน  เซลล์หลาย ๆ เซลล์รวมกันเรียกว่า  เนื้อเยื่อ (tissues)  เช่น เนื้อเยื่อผุผิว เม็ดเลือด กระดูกอ่อน กล้ามเนื้อ เยื่อประสาท  และเนื้อเยื่อหลายเนื้อเยื่อมารวมกันหรือทำหน้าที่อย่างเดียวกันเราจะเรียกว่าอวัยวะ (Organs) เช่น ผิวหนัง หัวใจ  ตับ  ม้าม ลิ้น ปาก มือ หัว หู เป็นต้น


          เมื่อนักเรียนมีคำถามครูว่า  "การจำแนกความแตกต่างระหว่างเนื้อเยื่อกับอวัยวะต่างกันอย่างไร"
ตอบ  เมื่อเซลล์หลาย ๆ เซลล์มาอยู่ร่วมกันสัมพันธ์กันเพื่อทำหน้าที่อย่างเดียวกัน เรียกกว่าเนื้อเยื่อ  ส่วนนื้อเยื่อหลายเนื้อเยื่อมารวมกันหรือทำหน้าที่อย่างเดียวกันเราจะเรียกว่าอวัยวะ  
         นักเรียนยังคงงงต่อไปแน่  ตัวอย่างที่จะทำความกระจ่างให้แก่นักเรียน  ดังนี้

ระบบการทำงานของร่างกาย                        เนื้อเยื่อ                  อวัยวะ

ระบบสร้างเม็ดเลือด                                       เม็ดเลือดแดง             ต่อมไทมัส
                                                                       น้ำเลือด                     ม้าม
                                                                       เกล็ดเลือด                ตับ
ระบบประสาท                                                                                    สมอง
                                                                                                        ไขสันหลัง

ระบบหมุนเวียนเลือด                                        น้ำเลือด                   หลอดเลือด
                                                                        เม็ดเลือด                  หัวใจ
                                                                                                         ลิ้นหัวใจ
ระบบหายใจ                                                                                      จมูก
                                                                                                          คอหอย
                                                                                                          กล่องเสียง
                                                                                                          หลอดลม
                                                                                                          ขั้วปอด
                                                                                                          แขนงขั้วปอด
                                                                                                          ปอด
                                                                                                          ถุงลมปอด
                                                                                                          กระดูกซี่โครง
                                                                                                         กระบังลม
ระบบย่อยอาหาร                                                                               ปาก
                                                                                                          ลิ้น
                                                                                                          ฟัน
                                                                                                          หลอดอาหาร
                                                                                                          กระเพาะอาหาร
                                                                                                          ลำไส้เล็ก
                                                                                                          ลำไส้ใหญ่
                                                                                                           ไส้ติ่ง
                                                                                                          ทวารหนัก
ระบบทางเดินปัสสาวะ                                                                        ไต
                                                                                                           ท่อไต
                                                                                                           กระเพาะปัสสาวะ
                                                                                                           ท่อปัสสาวะ


จากที่กล่าวมาเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่พอจะช่วยนักเรียนเกิดความเข้าใจที่ง่ายขึ้น