วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

เครื่องมือสำหรับการอภิปรายด้วยคำถามที่แย้งได้ในประเด็น How the Moon Formed

ทฤษฎีกำเนิดดวงจันทร์  : How the Moon Formed : 5 Wild Lunar Theories
 1.Capture
 2.Fission
 3.Co-formation
 4.Colliding planetesimals
 5.Giant impact

      ดวงจันทร์ในยามค่ำคืน บางคืนสว่างน้อย บางคืนสว่่างมาก บางคืนก็หายไปจากท้องฟ้า มีการเปลี่ยนแปลงแต่ละวัน ความสงสัยที่มักจะได้ยินคำถามจากบุคคลรอบข้างว่า  " ไฟดวงกลม ๆ บนท้องฟ้าใหญ่ ๆ นั้นคืออะไร"  เราก็จะตอบว่า  "ดวงจันทร์ "    คำถามของเด็กฉลาดจะถามต่อว่า " ดวงจันทร์มาจากใหน" ถ้าเราตอบว่า "พระเจ้าเป็นผู้สร้าง"  เด็กก็จะไม่ถามต่อ....
     หากเขาโตขึ้นและเรียนรู้มากขึ้น  มีหลักฐานบางประการที่ทำให้เขาสังสัยต่อไปอีกว่า  ถ้าพระเจ้าไม่ได้เป็นผู้สร้างดวงจันทร์  แล้วดวงจันทร์มาโคจรรอบโลกได้อย่างไร
     นักดาราศาสตร์ต่างก็ถกปัญหาที่ไปที่มาของดวงจันทร์  จึงเกิดสมมุติฐาน เกิดทฤษฎีที่พยายามอธิบายที่มาของดวงจันทร์ ดังต่อไปนี้
       1. Capture ที่กล่าวว่า ดวงจันทร์ อาจจะ มีมาแต่เดิมดัง ดาวเคราะห์ดวงอื่น ๆ ทั่ว ไป เช่น ดาวศุกร์  ก่อนที่จะถูก จับโดย แรงโน้มถ่วง ของโลกจนเกิด ดวงจันทร์ ในลักษณะนี้ 


      2.Fission : เกิดพร้อม ๆ กับโลกที่หลอมเหลวและหมุนด้วยความเร็วเกิดแรงเหวียงที่มากพอจะทำให้มวลส่วนหนึ่งของโลกหลุดออกมา


  
 3. Co-formation : ดวงจันทร์เกิดขึ้นควบคู่ไปกับโลกเมื่อ 4.5 พันล้านปีที่ผ่านมา โดยหลอมรวม จากก๊าซ และฝุ่นละออง เช่นเดียวกันกับระบบสุริยะของเราที่ก่อกำเนิดดาวเคราะห์


      4.Colliding planetesimals :ดวงจันทร์เกิดขึ้น จากเศษฝุ่นละออง ที่หลอมรวมกัน 


      5.Giant impact : กล่าวว่าดวงจันทร์เกิดจากเทหวัตถุขนาดใหญ่มาเฉี่ยวชนจนส่วนหนึ่งของโลกนั้นหลุดออกไปแล้วหลอมรวมกันเป็นวัตถุทรงกลมดวงจันทร์


      หลักฐานที่สนับสุนแต่ละทฤษฎีนั้นมีอะไรบ้าง ที่สนับสนันและที่แย้ง

การการเช็ค หลักฐาน










inquiry กับการกำหนดคำถามแรก

 
ทำความรู้จักกับคำว่า inquiry พอสังเขป ตามฉบับพจนานุกรม ดังนี้
: a request for information : ขอข้อมูล
: an official effort to collect and examine information about something :ความพยายาม ในการเก็บรวบรวม และตรวจสอบ ข้อมูลเกี่ยวกับ บางสิ่งบางอย่าง
: the act of asking questions in order to gather or collect information : การ
กระทำของการถามคำถามเพื่อ รวบรวม หรือเก็บข้อมูล
สรุป inquiry หมายถึง การถาม แล้วถามทำไม.... เพื่ออะไร อะไรเป็นต้นเหตุของคำถาม
เมื่อคำถามจำเป็นต้องใช้กระบวนการทางภาษา ไม่ใช้ภาษาวาจาได้ไหม....โดยลงมือทำ( Do) ลงมือค้น( Investigate) ลงมือแสดง (Action)ได้ไหม
ในทางวิทยาศาสตร์จึงใช้ Inquiry เป็นเครื่องมือสำคัญในการพิสูจน์คำตอบ(คำตอบที่อยู่ในรูป สมมุติฐาน : Hypothesis ซึ่งสมมุติฐานที่ไม่ได้มาจากการส่ม random guess) คำตอบดังกล่าวมีทิศทาง 3 ทางที่เป็นไปได้ คือ - negative , 0 , + positive
คำถามที่จะสามารถกำหนดเป็นปัญหานั้นสร้างได้อย่างไร แต่ละปัญหาล้วนมีความสลับซับซ้อนทั้งนั้น
ดังจะกำหนดสถาณการ์ต่อไปนี้
" ในคลองน้ำจืดขนาดใหญ่แห่งหนึ่งข้าง ๆ หมู่บ้าน พบปลาและสิ่งมีชีวิตที่อาศัยในน้ำตาย เช่นปลาช่อน ปลาตะเพียน ปลาเล็ก ๆ อีกหลายชนิด "
จากสถานการณ์ดังกล่าว อะไรคือปัญหา
ก.ปลาตาย
ข.น้ำเน่าเสีย
ค.นำมีสารพิษ
ง.น้ำมีออกซิเจนต่ำ
คำตอบ.. ข้อ ก. ปลายตาย แล้ว ข้อ อื่น ๆ คือ สาเหตุที่น่าจะทำให้ปลาตาย
เมื่อรู้ปัญหาแล้ว จะกำหนดปัญหาเพื่อสร้างคำตอบในรูปแบบวิทยาศาสตร์อย่างไร
ตอบ เมื่อปลาตายคือ ผล ส่วน น้ำเน่าเสีย น้ำมีสารพิษ น้ำมีออกซิเจนต่ำ และอื่น ๆ เป็นต้นเหตุ จึงกำหนดปัญหาได้ดังนี้
คำถามที่ 1 น้ำเน่าเสียทำให้ปลาตายใช่หรือไม่
คำถามที่ 2 นำมีสารพิษทำให้ปลาตายใช่หรือไม่
คำถามที่ 3 น้ำมีออกซิเจนต่ำทำให้ปลาตายใช่หรือไม่
คำถามที่ 4 จุลินทรีย์ในน้ำทำให้ปลาตายใช่หรือไม่
คำถามที่ ......
คำถามมีมาก นักวิทยาศาสตร์จะสุ่มปัญหาไปตรวจสอบ แล้วสรุปได้หรือไม่
เงื่อนไข คำถาม 1 คำถามจะตอบคำตอบได้เพียงคำตอบเดียว
"One problem one hypothesis"
"A hypothesis is not a random guess."
จึงจำเป็นต้องจัดลำดับ คำถามเพื่อการพิสูจน์ตรวจสอบ ยากง่ายตามลำดับ
จะเรียงลำดับปัญหาได้อย่างไร...

    การเรียงลำดับจำเป็นต้องอภิปราย discussion เพื่อถกประเด็นปัญหาจากหลักฐานและข้อมูลเบื้องต้นที่ปรากฎ
    ๑.คลองน้ำแห่งนี้มีการไหลของน้ำไหม... ตอบ มี แต่ไหลช้า ๆ ไม่ทราบอัตราการไหล
     ๒.คลองน้ำแห่งนี้มีพืชน้ำหรือไม่  ตอบ  มีเป็นหย่อม ๆ
     ๓.คลองน้ำแห่งนี้มีสีของน้ำมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่  ตอบ เดิมมีสีขุ่น แต่ตอนนี้สีเป็นสีเข้ม มีกลิ่น
     ๔.พบสิ่งมีชิวิตอื่นที่อยู่ในน้ำอื่น ๆ อีกบ้างไหม ตอบ พบมวนน้ำ กบ เขียด เป็นต้น
     ๕.คล้องแห่งนี้มีท่อระบายน้ำทิ้งลงคลองหรือไม่.... ตอบ มี
     ๖.ปลายตายส่วนใหญ่เป็นปลาชนิดใด ปลานิล ปลาตะเพียน ปลาช่อน
     ๗.พืชน้ำตายด้วยหรือไม่  ตอบ ปกติ
      ๘.ต้นน้ำ มีปลาอาศัยตามปกติ
      ๙.ปลาตายมาเป็นวันที่ ๓ แล้ว

จากข้อมูลเบื้องต้น จะนำไปสู่การอนุมานที่สอดคล้องกับประเด็นปัญหาย่อย ซึ่งจำเป็นต้องใช้ ตารางวิเคราะห์ จะง่ายและสะดวกกว่า


วันพุธที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2558

แบบทดสอบวิทยาศาสตร์ระดับประถมศึกษา วิชาวิทยาศาสตร์ ป ๔ - ๖

สำหรับนักเรียนโรงเรียนอนุบาลรัตนบุรีและผู้ที่สนใจทั่วไป
แบบทดสอบวิทยาศาสตร์ระดับชั้นประถมศึกษา
วิทยาศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔
ชุดที่ ๔/๑
ชุดที่ ๔/๒ แนวข้อสอบกลาง
ชุดที่ ๔/๓
เฉลย

วิทยาศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕
ชุดที่ ๕/๑ แนวข้อสอบกลาง
ชุดที่ ๕/๒
ชุดที่ ๕/๓
เฉลย

วิทยาศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
ชุดที่ ๖/๑
ชุดที่ ๖/๒
ชุดที่ ๖/๓
เฉลย

O-net ป.๖
ชุด ๒
ชุด ๓
ชุด ๔

นักเรียนสามารถพิมพ์เป็นเอกสารประกอบการเรียนได้
เครติด จาก บ.อจท http://www.aksorn.com/

วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ธรรมชาติวิทยาศาสตร์สำหรับนักเรียนประถมศึกษา

เมื่อวิทยาศาสตร์ ถูกกำหนดว่าเป็น องค์ความรู้ และกระบวนการได้มาซึ่งความรู้ ประเด็นการกำหนด                  กิจกรรมการเรียนรู้ เน้น องค์ความรู้ ก็จะเป็นการเรียนรู้อดีต
         ถ้าหากจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เผชิญสถานะการ ตามธรรมชาติวิทยาศาสตร์ ก็จะเกิดกระบวนการที่สมองจะจัดระเบียบเพื่อการเรียนรู้ พร้อม ๆ กับสะสมทักษะ ความชำนาญในการจัดการสถานะการดัง
กล่าว
        ผมตกใจเหตุการณ์ที่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ (อายุประมาณ ๑๐ ปี) คาดเดาทิศทางการไหลของของเหลวจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ (การไหลของน้ำ) ไม่ถูก
        สิ่งนี้จะง่ายกับประสบการณ์ผม แต่จะยากสำหรับนักเรียนชั้นดังกล่าวที่เคยเห็นแต่ไม่เคยเข้าใจเลยว่าของเหลว(น้ำ) ไหลลงสู่ที่ต่ำเนื่องจากอะไร ทำไมจึงไหลได้ ....


น้ำมักจะไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ เด็ก ๆ เห็นแต่สงสัย น้ำไหลขึ้นก่อนตกได้อย่างไร....งง

น้ำไปที่สูงกว่าได้อย่างไร...
             ๑.เกิดจากธรรมชาติ


๒.เกิดจากมนุษย์เป็นผู้กระทำ ปั้มน้ำที่เป็นเครื่องมืือส่งน้ำจากที่ต่ำกว่าไปยังจุดที่สูงกว่าได้

เหตุการณ์ที่มักจะเกินการคาดคิดจริงหรือ...




เหตุณ์การเกิดซ้ำได้ ก็จะเป็นเหตุกาณ์ตามเงื่อนไขวิทยาศาสตร์ แก้ปัญหาด้วยวิทยาศาสตร์ได้


อีกตัวอย่างที่นักเรียนสงสัยน้ำเอาชนะแรงดึงจากแรงโน้มถ่วงของโลกหรือว่าอยู่ภายใต้แรงโน้มถ่วงของโลก ทั้ง ๆ น้ำยกตัวสูงขึ้นซึ่งปราศจากเครื่องปั้ม.....

ตอบ....... ยังอยู่ภายใต้แรงโน้มถ่วงของโลก  ไม่ใช่ชนะแรงโน้มถ่วงของโลก  เนื่องจากแรงดันอากาศที่ตำ่ภายในหลอดลดต่ำลงเรื่อย ๆ เนื่องจากมวลน้ำส่วนปลายด้านออกไหลแรงดันอากาศส่วนนอกที่มากจึงดันมวลน้ำในแก้วส่งต่อเข้าไปในหลอดได้อีกครั้ง(กาลักน้ำ)


ไอน้ำมีพลังงานมากพอที่จะชนะแรงโน้มถ่วงของโลกได้/ ปั้มน้ำได้แรงต้นกำลังจากมนุษย์






หากเราไม่สอนการเผชิญ ปล่อยให้เขาไปเผชิญในสถานการณ์จริง อาจจะไม่โชคดี ไม่ได้กลับการใช้ประสบการณ์  ครูควรสร้างสถานการณ์จำลอง อย่าง ๆ น้อย ก็จะพบเหตุการณ์ที่ไม่มีเวลาคิด หรือนาทีชีวิต เขาจะเอาตัวรอดได้
     ถ้ามัวแต่เน้นองค์ความรู้เราจะเสียเขาไป... ธรรมชาติวิทยาศาสตร์ คือ การเผชิญสถานการณ์ วิชาวิทยาศาสตร์เป็นวิชาลักษณะเดียวกันกับพลศึกษา... แล้วท่านคิดว่าถึงเวลาเปลี่ยนแนวคิดหรือยัง

วันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ระบบนิเวศ กิจกรรมสำรวจสิ่งมีชีวิตรอบ ๆ โรงเรียน

มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
 ว 2.1  ป.6/1                สำรวจและอภิปรายความสัมพันธ์ของกลุ่มสิ่งมีชีวิตในแหล่งที่อยู่ต่างๆ
ว 8.1   ป.6/2            วางแผนการสังเกต เสนอการสำรวจ ตรวจสอบ หรือศึกษาค้นคว้า และคาดการณ์สิ่งที่จะพบจากการสำรวจตรวจสอบ
                   ป.6/3       เลือกอุปกรณ์ และวิธีการสำรวจตรวจสอบที่ถูกต้องเหมาะสมให้ได้ผลที่ครอบคลุมและเชื่อถือได้
                   ป.6/6       แสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ อธิบาย ลงความเห็นและสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้
                   ป.6/7       บันทึกและอธิบายผลการสำรวจตรวจสอบตามความเป็นจริง มีเหตุผลและมีประจักษ์พยานอ้างอิง
                   ป.6/8       นำเสนอ จัดแสดงผลงานโดยอธิบายด้วยวาจา และเขียนรายงานแสดงกระบวนการและผลของงานให้ผู้อื่นเข้าใจ
สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
     ความสัมพันธ์ของกลุ่มสิ่งมีชีวิตจะมีความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และสิ่งไม่มีชีวิต ตามสภาพแวดล้อมของแหล่งที่อยู่อาศัยนั้น ๆ ในท้องถิ่น

คำยากท้าทายให้ตอบ
    สิ่งมีชีวิต หมายถึง........................................................(สิ่งที่สามารถดำเนินการใช้สสารและพลังงานได้)
    สิ่งไม่มีชีวิต หมายถึง ...................................................(สิ่งที่เป็นสสาร หรือ พลังงาน)
   แหล่งที่อยู่  หมายถึง ....................................................(สถานที่ที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ เช่น ใต้ขอนไม้ เป็นแหล่งที่อยู่ของมด กิ้งกือ เห็ด ฯลฯ)
   กลุ่มสิ่งมีชีวิต หมายถึง ..................................................(สิ่งมีชีวิตมากกว่าหนึ่งชนิดอาศัยอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มในแหล่งที่อยู่อาศัยเดียวกัน)
   ความสัมพันธ์ หมายถึง ..................................................(ความเกี่ยวข้องกันในลักษณะต่าง ๆ)
   ระบบนิเวศ หมายถึง ..................................................(ระบบที่กลุ่มสิ่งมีชีวิตอาศัยในแหล่งที่อยู่เดียวกัน  มีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน และมีความสัมพันธ์กับแหล่งที่อยู่นั้นด้วย)

คำว่า "ตามสภาพแวดล้อม " มีความหมายอย่างไร....... กล่าวถึง ความสัมพันธ์ หรือ กลุ่มสิ่งมีชีวิต  (ประโยคภาษาต่างประเทศ ทำให้ นักเรียน งง ว่าประธานของประโยค คือ ความสัมพันธ์ หรือว่า กลุ่มสิ่งมีชีวิต ...)
 แปลมา จึง พบว่า กลุ่มสิ่งมีชีวิต เป็น ประธาน
       สภาพของสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ก็มีความแตกต่างกันเป็นเอกลักษณ์  ไม่อาจกล่าวได้โดยนัยใดนัยหนึ่ง ดังนั้น สภาพแวดล้อมที่ต่างกันก็น่าจะมีความสัมพันธืที่แตกต่างกัน จริงหรือไม่.....
       ปัญหาข้างตนจึงเป็นที่มาของการสำรวจเพื่อตรวจสอบความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตกับแหล่งที่อยู่(ไม่มีชีวิต) ในแต่ละแหล่งแตกต่างกันจริงหรือไม่...อะไรแตกต่างกัน(ชนิดสิ่งมีชีวิต) จริงไหม...

ปัญหา
           แหล่งที่อยู่ต่างกันพบสิ่งมีชีวิตชนิดต่างกัน หรือไม่
ตรวจสอบอย่างไร 
      ตั้งสมมุติฐานการสำรวจก่อน แต่ละแห่งน่าจะพบสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างกัน จะเขียนสมมุติฐานอย่างไร
     สมมุติฐาน : แหล่งที่อยู่ต่างกันพบสิ่งมีชีวิตชนิดต่างกัน

วิเคราะห์สมมุติฐาน
       แหล่งที่อยู่ คือ ต้นเหตุ    กลายเป็น ตัวแปรต้น หรือ ตัวแปรอิสระ
       ชนิดของสิ่งมีชีวิต คือ ผล   กลายเป็นตัวแปรตาม
       ตัวแประควบคุม มีหรือไม่......     ควบคุมยาก   แต่กำหนดกรอบการสำรวจได้ ด้วยการกำหนด อาณาเขต คือ  เฉพาะบริเวณโรงเรียนเท่านั้น

วิธีการสำรวจ เพื่อการตรวจสอบสมมุติฐาน
    ๑.นักเรียนแบ่งกล่มกลุ่มละ ๔ - ๕ คน มีอุปกรณ์ที่สำคัญ คือ แว่นขยาย ไม่บรรทัด กล่องพลาสติก คีบหนีบ ตะแกรงร่อน เป็นต้น
    ๒.กำหนดแหล่งสำรวจอย่างน้อย ๒ แหล่ง เช่น แหล่งบนบก น้ำ ใต้ก้อนหิน ขอนไม้ผุ เป็นต้น เพื่อลดอันตรายและความเสียงของสัตว์มีพิษต่าง ๆ 
    ๓.เก็บสิ่งมีชีวิตที่พบลงกล่องเพื่อจำแนกชนิดและนับจำนวนที่พบ บันทึกผลลงตาราง

ตัวอย่างตารางบันทึกผล

แหล่งสำรวจ    ชนิดของสิ่งมีชีวิต   จำนวน    ตำแหน่งที่พบ   :  ชนิดของสิ่งไม่มีชีวิต จำนวน   ตำแหน่งที่พบ

ขอนไม้ผุ          มด                    6            บน                 ไม้แห้ง                  1           บน
                    ปลวก                8             ใน                  ดิน                      มาก         ใต้
                    กิ้งเกือ                1            ล่าง

กระถางบัว        บัว                    4           บน                   น้ำ                    มาก
                     แหน                 30           บน                  โคลน                  มาก
                     หอย                 2            ใน
                    ปลาหางนกยูง      12            ใน

จากตาราง พบตัวตัวแปรต้น คือ ขอนไม่ผุ  และ กระถางบัว
             ตัวแปรตาม คือ ชนิด สิ่งมีชีวิต เช่น มด กิ้งเกือ ปลวก ปลา หอย บัว เป็นต้น

จะสรุปผลอย่างไร
          
              เมื่อเราตั้งสมมุติฐานว่า  แหล่งที่อยู่ต่างกันพบสิ่งมีชีวิตชนิดต่างกัน  เราใช้แหล่งที่อยู่ต่างกันหรือยัง ตอบ ต่างกันแล้ว   คือ  ขอนไม้ผุ และ กระถางบัว   เราพบสิ่งมีชีวิตเหมือนกนหรือไม่ ตอบ ไม่  พบปลาในน้ำเท่านั้น ขอนไม้ไม่มีน้ำมากพอที่จะเป็นที่อยู่เลี้ยงพา  ฉะนั้นจึงสามารถเขียนข้อสรุปผลการทดลองได้ว่า

สรุปผลการทดลอง
             แหล่งที่อยู่ต่างกันพบสิ่งมีชีวิตชนิดต่างกัน 


                             ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕





          

วันพฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ทำความเข้าใจโครโมโซม ระดับประถมของเด็กช่างสงสัย

โครโมโซม คือ อะไร ..................  ตอบ เป็นที่อยู่ของหน่วยพันธุกรรม

แล้ว หน่วยพันธุกรรม คือ อะไร .............  ตอบ คือ ยีน (Gene)

แล้ว ยีน คือ อะไร ..............  ตอบ  สิ่งที่ทำหน้าที่กำหนดลักษณะทางพันธุกรรม

ผมงง งง แน่ วนมาหาพันธุกรรมอีกแล้ว งง?

ขอดูหน้าตา หรือลักษณะเป็นอย่างไร
ภาพ 1

วุ่นวายไปหมด..... แต่พอเดา ๆ ได้ว่า คล้ายปลาท่องโก๋ แน่ ๆ
ดูอีกภาพ
ภาพ 2
โอ้... อือ.... ว่าแล้ว 
เอ มันมาจากไหนครับ.....?

ภาพ 3
นิวเคลียสมันอยู่ที่ไหน...... ตอบ อยู่ภายในเซลล์   ส่วนเซลล์ ก็คือหน่วยเล็กที่สุดของสิ่งมีชีวิต คนเราก็มีเซลล์ต่าง ๆ เต็มไปหมดประกอบเป็นตัวเรานั่นไง

มาทำความรู้จักโครโมโซมได้หรือยังครับ

ภาพ 4
ตัวอย่างภาพ 4 มี โครโมโซมมีกี่คู่......................................................... ตอบ   1/2 คู่ คือ 1 แท่ง โครมาติน ส่วนคำว่า โคมาติด ก็คือ ส่วนที่โครโมโซมพยายามจำลองแท่งโครมาตินแต่ยังไม่แยกออกจากัน จึงเรียกว่าโครมาติด
ศึกษาเพิ่มเติมที่ http://www.litebiology.com/2010/04/difference-chromatin-chromatid-chromosome.html

ดูภาพโครโมโซมแล้วตอบคำถาม
ภาพ 5
จากภาพที่ 5 มีจำนวนโครโมโซมทั้งหมดกี่คู่............................................. (ตอบ......)

เฉลย
ภาพ 6

ตอบ 23 คู่
คู่ที่ 23 ทำไมเขียนสัญลักษณ์ xy ...................... ตอบ เป็นโครโมโซมที่กำหนดลักษณะเพศ
แท่งยาวมีลักษณะ X
แท่งส้นมีลักษณะ y 

งง
แล้ว คู่ที่ 21 22 คงเป็น xx  และ xx ใช่ไหม......  ตอบ ไม่ เราเพียงกำหนดรูปแบบ x และ y ในคู่ที่ 23 เท่านั้น

การนำโครโมโซมขนาดต่างๆ มาเรียงกันกันเรียกว่า

แครีโอไทป์ (Karyotype) 

แครีโอไทป์ คือ อะไร  ชื่อคล้ายกับลักษณะชนิดของการหิ้วเลย.... เข้าใจถูกต้องครับ
แล้วใครเป็นผู้หิ้วครับ....... ตอบ 
ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของเซนโตเมียร์ ที่ทำหน้าที่ยึดเกาะ โครมาติน สองแท่งมาติดกัน หรือเข้าคู่กัน
ดูเพิ่มเติมได้ที่http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%8B%E0%B8%A1

คนเรามีโครโมโซมทั้งหมดกี่คู่.................  ตอบ
23  คู่
22 คู่ เป็นโครโทโซมร่างกาย
และ อีก 1 ครูเป็นโครโมโซมเพศ

ถ้าคู่สุดท้าย เป็น xx แสดงว่าเป็นเพศหญิง  แต่ถ้า เป็น xy เป็นเพศ ชาย

งง
บอกว่าเป็นคู่ ภาพเป็นคู่ดูอย่างไรครับ
ภาพ 7
ออ...หนึ่งแท่ง คือ รูป 1 รูปปาท่องโก๋ว่างั้น.... เหมือนภาพ 2 ข้างบนใช่ไหม..... 
จำลองให้เห็นเมื่อถ่างออกบ้าง

พอเข้าใจบ้าง ลองคนหาดูว่าแบบนี้น่าจะเป็นชายหรือหญิงครับ........ ตอบ  xx เป็นหญิง

วันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ลังกระดาษเปล่าสร้างแบบจำลองสุริยุปราคา

การสร้างแบบจำลองระบบสุริยะสิ่งที่ผลิตจะต้องตระหนักความสำคัญคือ ขนาดที่สัมพันธ์แบบสัดส่วนกับของจริง เมื่อโลกมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง            12,756 กิโลเมตร
                                                   ดวงจันทร์             3,476 กิโลเมตร
                                                   ดวงอาทิตย์    1,392,000 กิโลเมตร
ดวงจันทร์มีระยะห่างจากโลก คือ                          384,000 กิโลเมตร

โจทย์  ถ้าเราต้องการสร้างแบบจำลองภายในกล่องกระดาษ ดับเบิล เอ ที่มีขนาด ภายในกล่อง 22 เซนติเมตร * 30 เซนติเมตร * 26  เซนติเมตร
ภาพที่ 1 ขนาดกล่อง
จะกำหนดสัดส่วนจำลองภายในกล่องอย่างไร 
( cm ย่อมาจาก เซนติเมตร)
แนวคิด

    สิ่งแรกที่พิจารณาคือ  ขนาดของกล่องคงไม่รองรับดวงอาทิตย์แน่  เมื่อบรรจุดวงอาทิตย์ได้ ดวงจันทร์คงจะเล็กมากจนไม่สามารถสังเกตได้  ดังนั้นจึงต้อง ตัดดวงอาทิตออก  คงเหลือเพียง ดวงจันทร์กับ โลกเท่านั้น จะเป็นเรื่องที่ง่ายกว่า
     เมื่อเราใช้ลูกปิงปองขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง  4 เซนติเมตร ดังนั้นโลกมีขนาด = (12,756 * 4) / 3,476
                                                                                                                             = 14.68 cm
หรือประมาณ 5.78 นิ้ว  โฟมมีจำหน่ายตามท้องตลาดขนาด 6 นิ้ว 
 ระยะห่าง   384,000 km /  869  = 441.89 cm  คงจะบรรจุภายในกล่องไม่ได้  จึงพบข้อจำกัด... ไม่เกิน 26 cm
ซึ่ง แกนห่างกันได้ 24/2 = 12 cm

    ภาพที่ 2 แกนระนาบ
    ระนาบของดวงจันทร์กับโลกกำหนดให้อยู่ในระนาบเดียวกันเพื่อให้สังเกตปรากฏการณ์สุริยุปราคาและจันทรุปราคาได้ 

วัสดุอุปกณ์
  
          1.ลังเปล่า
          2.ไม้ตะเกียบ
          3.กระดาษแข็งหรือฟิวเจอร์บอร์ด
          4.โฟมทรงกลม ขนาด 6 นิ้ว
          5.ลูกปิงปอง ขนาด 2 นิ้ว
          6.เทปกาวหรือแล็กซีน
          7.คัตเตอร์

วิธีสร้าง 
          1.ตัดกระดาษแข็งเป็นรูปวงกลมเส้นผ่าศูนย์กลาง 8 นิ้ว 1 แผ่น
          2.นำตะเกียบ เสียบทะลุโฟมทรงกลม ณ จุดศูนย์กลาง และแผ่นกระดาษกลมในข้อ 1
          3.ต่อส่วนยื่น ขนาด 1*2 นิ้ว พร้อมติดเทปกาวและเจาะกึ่งกลาง
          4.นำลูกปิงปิงเจาะกลางด้วยปลายคัดเตอร์เพียงเล็กน้อยเพื่อเสียบตะเกียบได้ ปลายตะเกียบยาว 6 นิ้ว เพื่อการเลื่อนขึ้นลงของลูกปิงปองได้ง่าย
          5.เจาะกึ่งกลางลังกระดาษเป็นแนวแกนหมุนของลูกโลกโฟม ยึดด้วยเทปกาว
          6.ทดสอบการหมุนหากติดขัดด้านข้างก็ขยับให้ได้กึ่งกลางที่สมดุล
          7. เจาะช่องแสงได้ข้าง

          



ส่วนยื่่น ลูกปิงปองแทนดวงจันทร์



เงาที่เกิดบนโฟมสีขาว แทนปรากฏการณ์สุริยุปราคา




ภาพที่ 3 แบบจำลอง

คำถาม
    ๑.สิ่งที่นักเรียนสงสัยกับแบจำลองนี้มากที่สุด คือ ....................................................    (การเกิดเงา และแยกความแตกต่้างระหว่างเงามืดกับเงามัวไม่ได้)
   ๒.ตำแหน่งใดบ้างที่สามารถสร้างเงาบนดวงจันทร์ได้..................................
   ๓.ตำแหน่งใดบ้างที่สามารถสร้างเงาบนโลกได้..................................
  ๔.ส่วนสว่างบนโลก คือกลางวันหรือกลางคืน....................................................
  ๕.ส่วนสว่างบนดวงจันทร์ คนบนโลกสังเกตได้หรือไม่.....................  อย่างไร......................................
.................................................................................................................................................................